กรมชลฯ มั่นใจแล้งนี้ น้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ | เดลินิวส์

กรมชลฯ มั่นใจแล้งนี้ น้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ | เดลินิวส์
กรมชลฯ มั่นใจแล้งนี้ น้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ | เดลินิวส์
„นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาให้ความร่วมมือกับกรมชลประทานในการงดทำนาปรัง ในปี 2558/59 ค่อนข้างน่าพอใจ แม้จะมีเกษตรกรส่วนหนึ่งยอมเสี่ยงทำนาปรังไปประมาณ 1.28 ล้านไร่ก็ตาม แต่ก็น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ที่มีการทำนาปรังมากกว่า 2 ล้านไร่ ทั้ง ๆ ที่ได้ขอความร่วมมือในการงดทำนาปรังเช่นเดียวกันกับฤดูแล้งปีนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่า ข้าวนาปรังที่เกษตรกรปลูกจำนวน 1.28 ล้านไร่ ดังกล่าว ไม่น่าจะได้รับความเสียหายเนื่องจากยังมีปริมาณน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ และปริมาณน้ำที่นอนคลองเหลืออยู่บ้าง แต่เกษตรกรไม่ควรจะทำนาปรังเพิ่ม เพราะน้ำต้นทุนที่มีอยู่ไม่เพียงพอสำหรับการจัดสรรเพื่อทำนาปรังแล้ว มีความเสี่ยงสูงที่ข้าวจะได้รับความเสียหายจากภาวะขาดแคลนน้ำได้ สำหรับสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มเจ้าพระยา ล่าสุด ณ วันที่ 11 มกราคม 2559 เขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้ 1,074 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 8 ของความจุอ่างฯ เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้ 1,822 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 19 ของความจุอ่างฯ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้ 332 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 35 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้ 484 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯ ส่วนลุ่มน้ำแม่กลอง ซึ่งปกติเกษตรกรจะเริ่มทำนาปรังในเดือนมกราคมของทุก ๆ ปี ในฤดูแล้งปีนี้ กรมชลประทานขอให้งดการทำนาปรังเช่นเดียวกันกับลุ่มน้ำเจ้าพระยา เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณซึ่งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มน้ำมีปริมาณค่อนข้างต่ำ โดยเขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้ 2,535 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 14 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้ 2,071 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 23 ของความจุอ่างฯ เท่านั้น ด้านการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งของลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำแม่กลอง อธิบดีกรมชลประทานเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ จึงมั่นใจได้ว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่จะเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ การผลักดันน้ำเค็ม และการปลูกพืชในช่วงต้นฤดูฝนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในส่วนของลุ่มน้ำแม่กลอง แม้จะงดการจัดสรรน้ำเพื่อทำนาปรัง แต่สำหรับเกษตรกรที่ปลูกพืชไร่ อ้อย พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ พืชสวน ผลไม้ กรมชลประทานจะจัดสรรน้ำให้ตามปกติ เนื่องจากพืชเหล่านี้จะใช้น้ำไม่มาก ไม่กระทบต่อปริมาณน้ำที่มีอยู่ สำหรับสาเหตุสำคัญของปริมาณน้ำในเขื่อนต่าง ๆ ปีนี้ค่อนข้างน้อยนั้น เนื่องมาจากปริมาณฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย และส่วนใหญ่จะตกในพื้นที่ท้ายเขื่อน และพื้นที่ที่ยังไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาน้ำ ทั้งน้ำแล้ง น้ำท่วม ให้เกิดประสิทธิภาพสูงจำเป็นจะต้องพัฒนาแหล่งน้ำกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้น ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ เนื่องจากแหล่งน้ำต้นทุนที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่การพัฒนาแหล่งน้ำนับวันที่จะดำเนินการยากขึ้น “ประชากรเราเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้ามามากขึ้น ภาคการผลิตก็ใหญ่มากขึ้นการใช้น้ำจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับความเจริญเติบโตทั้งของประชากร และเศรษฐกิจของไทยด้วย” อธิบดีกรมชลประทานกล่าว.“

ที่มา : เดลินิวส์ ฉบับ 20 มกราคม 2559 http://www.dailynews.co.th