ศรีสะเกษแก้ปัญหาโรคหอมเลื้อย

ศรีสะเกษแก้ปัญหาโรคหอมเลื้อย
ศรีสะเกษแก้ปัญหาโรคหอมเลื้อย | เดลินิวส์
„ศรีสะเกษแก้ปัญหาโรคหอมเลื้อย สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 (สวพ.4) ได้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตหอมแดงคุณภาพ โดยมีวิธีการเก็บเศษซากหอมแดงออกจากพื้นที่ปลูกและเผาทำลาย ไถตากดิน 2-3 ครั้ง วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 3:05 น. จังหวัดศรีสะเกษเป็นแหล่งปลูกหอมแดงมากที่สุดในประเทศ แต่เมื่อปี 2553 ที่ผ่านมาเกษตรกรที่ปลูกหอมแดงในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อยและอำเภอราษีไศล ต้องประสบปัญหาโรคแอนแทรกโนส หรือโรคหอมเลื้อย ซึ่งเกิดจากเชื้อราระบาดหนัก ทำให้ต้นหอมที่เป็นโรคมีอาการแคระแกร็น ไม่ลงหัว ส่งผลทำให้ผลผลิตเสียหายสูงถึง 50% เกษตรกรขาดทุน ที่สำคัญไม่สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะอินโดนีเซียผู้นำเข้ารายใหญ่ได้ “สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 (สวพ.4) ได้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตหอมแดงคุณภาพ โดยมีวิธีการเก็บเศษซากหอมแดงออกจากพื้นที่ปลูกและเผาทำลาย ไถตากดิน 2-3 ครั้ง หว่านปอเทืองปรับปรุงบำรุงดินในอัตรา 5 กก.ต่อไร่ แล้วไถกลบทิ้งไว้ 15 วัน หว่านปูนโดโลไมท์ตามค่าวิเคราะห์ดิน ไถกลบทิ้งไว้ 14 วัน ก่อนปลูกหอมใส่ปุ๋ยหมักผสมเชื้อไตรโครเดอร์มาสดอัตรา 500 กก.ต่อไร่ ไถพรวนคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน ส่วนหัวพันธุ์จะแช่ด้วยเชื้อไตรโคเดอร์มาสด อัตรา 1 กก.ต่อน้ำ 200 ลิตร นาน 30 นาที ระยะปลูก 16x16 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยเคมี 2 ครั้ง คือในระยะหอมอายุ 15 วัน และ อายุ 1 เดือน การป้องกันกำจัดศัตรูพืชใช้สารชีวินทรีย์และสารเคมีตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร เด็ดดอกหอมในระยะแรกของการออกดอก และเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 75 วันขึ้นไป” น.ส.พเยาว์ พรหมพันธุ์ใจ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 กรมวิชาการเกษตร บอกถึงขั้นตอนการแก้ปัญหา ปรากฏว่าเทคโนโลยีนี้สามารถแก้ปัญหาโรคหอมเลื้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยของหอมแดงได้ถึง 7,795 กก.ไร่ หรือเพิ่มขึ้นจากวิธีการของเกษตรกรถึง 17.8% หัวหอมมีขนาดโตเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ย 3.5 เซนติเมตร หรือโตขึ้นจากเดิมที่ 2.4 เซนติเมตร คิดเป็น 16.8% ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตที่เพิ่มขึ้น 34% ขณะที่ต้นทุนการผลิตลดลงจาก 24,000 บาทต่อไร่ เหลือ 17,000 บาท คิดเป็นต้นทุนที่ลดลงสูงถึง 7,000 บาทต่อไร่ ด้านนายวิเชียร เถระพันธ์ หนึ่งในเกษตรกรต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการ เล่าว่า จ.ศรีสะเกษ มีการปลูกหอมแดงมากว่า 60 ปี ซึ่งหอมแดงราษีไศลจะเป็นที่รู้กันว่ามีคุณภาพ แต่ระยะหลังเจอปัญหาโรคหอมเลื้อยหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าโรคหมานอนบ่อยครั้ง เนื่องจากไม่ได้ผลิตหัวพันธุ์ใช้เอง จะซื้อมาจากแหล่งอื่นซึ่งมีโรคติดมาด้วย พอเอามาปลูกโรคก็แพร่ระบาดในพื้นที่ขยายวงกว้าง ซึ่งบางทีโรคก็ติดไปกับผลผลิตที่ส่งออกไปอินโดนีเซียจึงโดนกีดกันตีกลับสินค้า สร้างความเดือดร้อนกับผู้ปลูกหอมแดงมาก จนกระทั่ง สวพ.4 เข้ามาทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตหอมแดงคุณภาพ โดยมีเจ้าหน้าที่มาให้คำแนะนำตั้งแต่การเตรียมดิน การผลิตหัวพันธุ์สะอาดใช้เอง การใช้เชื้อไตรโคเดอร์มา การใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีอย่างเหมาะสม ปัจจุบันพบว่าโรคหอมเลื้อยลดลงจนฤดูกาลผลิตปีนี้ยังไม่พบโรคเลย อีกทั้งหอมแดงมีขนาดหัวใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับแต่ก่อน ต้นทุนลดลงจากการใช้ปุ๋ยเคมีน้อยลง ที่สำคัญการได้รับการรับรองมาตรฐานแหล่งผลิตพืช GAP จากกรมวิชาการเกษตร สามารถการันตีคุณภาพ ทำให้จำหน่ายผลผลิตได้ราคาดีขึ้น ผู้บริโภคทั้งในประเทศรวมถึงทางประเทศอินโดนีเซียก็มีความมั่นใจที่จะรับซื้อผลผลิตหอมแดงศรีสะเกษต่อไป.“

ที่มา เดลินิวส์ 19/02/2559